เมื่อตอนเป็นเด็กใครเคยคิดฝันอยากมีบ้านต้นไม้ หรือกระท่อมน้อยๆ ของตัวเองบ้างไหมคะ...จำได้ว่าเมื่อครั้งเป็นเด็กเมื่อถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จะมีแก๊งค์เด็กแถวบ้านรวมกลุ่มกันทั้งหญิงชายเตรียมอุปกรณ์เพื่อจะออกไปเที่ยวเล่นแถวๆ ละแวกบ้านนั่นแหละ แล้วแต่ว่าใครจะสร้างสรรค์ในความคิดของตัวเองได้ว่าควรจะนำสิ่งใดติดตัวไปบ้าง เด็กผู้หญิงส่วนมากไม่ค่อยจะมีอะไรพกติดตัวไป อย่างดีก็ไม้คนละอันเอาไว้กันสุนัข แต่เด็กผู้ชายอุปกรณ์เค้าจะเยอะแยะไปหมด บางคนหนังสะติ๊ก มีดดาบแบบที่
เป็นไม้ มีดพกอันเล็กสำหรับตัดอะไรได้นิดหน่อย กระติ๊กน้ำสนาม ไฟฉาย (เอาไปทำไมก็ไม่รู้สว่างจ้าออกอย่างนั้น) แล้วพวกเราก็ปรึกษากันว่าวันนี้จะไปทางไหนดี ถ้าตกลงกันไปทางเดียวกันได้ก็ไปด้วยกันทั้งหมด แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ คนหนึ่งอยากไปทางนี้ อีกคนอยากไปทางนั้น ก็จำเป็นที่จะต้องแบ่งแยกย้ายกันไปตามแต่ใจ แต่ถ้ารวมตัวกันไปทางเดียวกันได้วันนั้นจะได้ผจญภัยที่สนุกและตื่นเต้นมาก
(ประสาเด็กๆ นะคะ)
มีวันหนึ่งพวกเรารวมตัวกันได้หกเจ็ดคน ตกลงกันได้ว่าจะมุดรั้วชลประทาน (อาศัยอยู่ในบ้านพักสำนักงานชลประทานค่ะ) เพราะมีรััวอยู่ด้านหนึ่งรู้สึกจะมีช่องที่เปิดได้ ด้านนั้นเป็นสังกะสีและลวดหนามยังไม่เป็นปูนเหมือนสมัยนี้ ด้านนอกนั่นก็เป็นป่าที่ยังมีต้นไม้อยู่หนาแน่นพอสมควร พอพวกเราช่วยกันมุดรั้วออกไปได้ทั้งหมด มันรู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างบอกไม่ถูก (เพราะพ่อแม่ไม่ยอมให้ออกไปเล่นนอกเขตชลประทานแน่นอน) พวกผู้ชายเขาก็บอกว่า เรามาสร้างกระท่อมอยู่กันดีกว่า...ทุกคนเห็นด้วยแล้วก็แยกย้ายกันหากิ่งไม้ ท่อนไม้ ใบไม้ เถาวัลย์ แล้วก็นำมาช่วยกันก่อร่างสร้างกระท่อมน้อยของพวกเรา มันเป็นกระท่อมรูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว นึกออกใช่ไหมคะ เพราะมันเป็นทรงที่สร้างง่ายที่สุดแล้ว
เราช่วยกันขุดหลุมเล็กๆ 4 หลุม เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แล้วเอาไม้มาตั้งในหลุมหลุมละอันจับประสานไขว้กันด้านบนให้เป็นรูปสามเหลี่ยมใช้เถาวัลย์มัดด้านละสองอันก็จะได้หัวท้ายสองชุด ช่วยกันจับไว้แล้วเอาไม้อีกอันมาวางพาดตรงกลางเพื่อเป็นคานและยึดกันไว้ไม่ให้ล้ม แล้วก็เอาไม้มาวางพิงคานที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ เฉียงให้ได้องศาตามจั่วที่ทำไว้ นำใบไม้ใบหญ้ามาโปะๆ ให้หมดเปิดช่องประตูไว้ด้านหนึ่ง เปิดช่องแสงไว้ด้านละนิดหน่อย เท่านี้ก็ได้กระท่อมน้อยแสนสุขของพวกเราแล้ว แต่จะเข้าไปทีเดียวทั้งหมดไม่ได้นะคะ เพราะมันหลังเล็กๆ เข้าได้ทีละสามคน ถ้าสี่คนก็จะเบียดๆ หน่อย เราใช้วิธีผลัดกันเข้าไป ด้านนอกก็เอาใบไม้มาปูเพื่อเป็นที่นั่งได้ มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเขาพกไม้ขีดไฟมาด้วย ขันอาสาเพื่อนๆ จะทำอาหารให้กิน โดยการไปเเก็บมะม่วงกะล่อนมา แล้วบอกว่าจะทำมะม่วงเผาให้กิน แล้วแต่จะจินตนาการได้ค่ะ แต่เราก็กินกันจริงๆ นะ ได้รสชาติไปอีกแบบ มันเป็นอะไรที่สนุกและมีความสุขมากๆ ตามประสาเด็กในตอนนั้นเลย เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ฮ่าๆๆ
นี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เวลาฉันเห็นบ้านสวน บ้านที่มีบริเวณกว้างๆ ตามต่างจังหวัด แล้วฉันรู้สึกสดชื่น อยากมีบ้านที่มีบริเวณแบบนั้นบ้าง ได้ปลูกได้กินได้ย่ำไปบนผืนดินผืนหญ้า หายใจได้โล่งๆ มองฟ้าได้กว้างๆ คงจะสุขไม่น้อยเลย คุณๆ เคยมีความรู้สึกเหล่านี้บ้างรึเปล่าคะ แบบไหน อย่างไร...มาเล่าสู่กันฟังบ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น